บริษัทโลจิสติกส์ขนส่งจากภายนอก (3PL): คู่มือฉบับสมบูรณ์

ตารางคอนเทนต์

แชร์บทความ

บริษัทโลจิสติกส์ขนส่งจากภายนอก หรือ 3PL ให้บริการ Fulfillment เพื่อช่วยธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของ 3PL

ในกรณีที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซของคุณขยายไปสู่ตลาดใหม่และเริ่มสร้างฐานลูกค้าใหม่ การทำ Fulfillment ภายในองค์กร รวมถึงการจัดส่งด้วยตนเองไม่สามารถรองรับการขยายตัวของยอดสั่งซื้อได้

และนี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับเจ้าของร้านที่จะต้องตัดสินใจเลือกใช้บริการ Fulfillment จากพาร์ทเนอร์ภายนอกเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้า

หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับบริการของ 3PL และศึกษาว่าบริการเหล่านี้สามารถช่วยธุรกิจของคุณได้อย่างไร นี่คือคู่มือที่จะช่วยสร้างความเข้าใจและความคุ้นเคยมากขึ้นให้กับคุณ

เมื่อการจัดการ Fulfillment แบบเดิม ๆ ที่ทำกันเองภายในองค์กรไม่ตอบโจทย์ และขาดประสิทธิภาพ หลาย ๆ ธุรกิจเริ่มเบนความสนใจและมองหาบริการจากบริษัทขนส่งโลจิสติกส์ภายนอก หรือ 3PL เพื่อมาช่วยจัดการนำสินค้าส่งไปยังผู้บริโภค บริษัทขนส่งเหล่านี้ให้บริการที่ครบวงจรเพื่อร้านค้าอีคอมเมิร์ซ ตั้งแต่การบริการคลังสินค้า ช่วยหยิบ รับแพ็คสินค้า ส่งสินค้า รวมไปถึงการขนส่งแบบ Last-mile delivery ที่เชื่อมถึงลูกค้าอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งให้บริการด้วยความเชี่ยวชาญด้านขนส่ง รองรับความท้าทายที่เกิดขึ้นกับการทำ Fulfillment​

3PL คืออะไร

3PL เปรียบเสมือนร่มที่ครอบคลุมการทำงานและการจัดการของโลจิสติกส์สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

บริษัทโลจิสติกส์ขนส่งจากภายนอกทำหน้าที่เป็นตัวแทน หรือ 3PL ให้บริการคลังสินค้า จัดการสินค้าในคลัง มีบริการขนส่งสินค้าเหมาเต็มคันรถ (FTL) และขนส่งแบบไม่เต็มคันรถ (LTL) รวมไปถึงการปรับให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า บริการหยิบ แพ็คสินค้า รวมไปถึงการส่งสินค้าตีกลับคืน โดยทั่วไปแล้ว มักมีการดำเนินงานที่ศูนย์กระจายสินค้า หรือคลังสินค้า ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ซึ่ง 3PL เป็นการผสมผสานการทำงานระหว่างบริษัทขนส่งและระบบการจัดการคลังสินค้า เพื่อให้การส่งสินค้าไปยังลูกค้าไม่มีสะดุด

เมื่อบริษัทหรือร้านค้าใดตกลงร่วมงาน ใช้บริการจาก 3PL หมายความว่า ทุก ๆ ขั้นตอนของการทำ Fulfillment และการจัดการถูกดูแลโดยภายนอกบริษัทหรือร้านค้าของตนเอง การใช้บริการ 3PL ช่วยลดความเสี่ยงได้ดีกว่าการดูแลทั้งหมดเองภายในองค์กร และทำให้เจ้าของร้านค้าสามารถนำเวลาไปโฟกัสในด้านอื่น ๆ เช่น การตลาด และการพัฒนาสินค้า เป็นต้น

ปัจจุบันนี้ ความต้องการจัดการ Fulfillment ที่มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตามความต้องธุรกิจมีสูงมากขึ้น การขยายตัวที่สูงขึ้นของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการเติบโตของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์กลับกลายมาเป็นประเด็นสำคัญที่บริษัท 3PL จะต้องมาคิดพิจารณากับรูปแบบการให้บริการของตนเอง และแน่นอนว่า ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเลือกบริษัท 3PL ที่เหมาะสมกับธุรกิจและสินค้าของตนเอง

บริษัทโลจิสติกส์ขนส่งจากภายนอก (3PL): คู่มือฉบับสมบูรณ์

ประเภทของผู้ให้บริการ 3PL

บริษัทโลจิสติกส์ที่ทำหน้าที่แทน หรือ 3PL มีหลากหลายประเภท โดยเจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องหา 3PL ที่ใช่สำหรับธุรกิจตนเอง และต้องทำความเข้าใจ แยกแยะความแตกต่างของ 3PL ได้

3PL แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก โดยแต่ละประเภททำหน้าที่แตกต่างกันออกไปตามความต้องการและลักษณะของธุรกิจนั้น

1. Standard 3PL Providers

Standard 3PL providers ผู้ให้บริการ 3PL ประเภทนี้ ให้บริการโลจิสติกส์ขั้นพื้นฐาน เช่น การจัดเก็บ และการจัดส่งสินค้าออก เป็นต้น

2. Service Developer 3PLs

Service developer 3PLs ให้บริการเชิงโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมขึ้นมา และมีระบบสนับสนุนการบริหารจัดการ พร้อมทั้งมีการบริหารงานตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดนอกเหนือไปจากการจัดเก็บสินค้า และขนส่งตามมาตรฐานทั่วไป

3. Customer Adapter 3PLs

Customer Adapter 3PLs จัดการขั้นตอนการจัดส่งแทบจะทั้งหมดแทนผู้ประกอบการ มีระบบแสดงผลต่าง ๆ ที่สามารถตรวจสอบสถานะของสินค้าผ่านเทคโนโลยีหรือโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาให้ผู้ประกอบการได้ใช้งาน

4. Customer Developer 3PLs

Customer Developer 3PLs ดูแลและจัดการการขนส่งทั้งหมดของธุรกิจนั้น ๆ ทำหน้าที่เป็นแผนกจัดส่งสินค้าหรือแผนกโลจิสติกส์สำหรับร้านค้าหรือธุรกิจ

หน้าที่การทำงานหลักของบริษัท 3PL

3PL ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเร่งความเร็วและพัฒนาประสิทธิภาพของกระบวนการทำ Fulfillment ในขณะที่ธุรกิจมีการขยายเติบโตด้วยยอดสั่งซื้อที่มากขึ้น บริษัทขนส่งแบบ 3PL มีกลยุทธ์ที่จะช่วยลดระยะเวลาการจัดส่ง พร้อมทั้งลดต้นทุนการจัดส่ง ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบทางบวกต่อลูกค้า ดังนั้น การร่วมงานกับ 3PL หมายความว่า ธุรกิจของคุณจะได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีประสบการณ์ในการทำ Fulfillment สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

หากว่าคุณกำลังสงสัยว่าผู้ให้บริการ 3PL ทำหน้าที่อะไรบ้าง ด้านล่างนี้คือหน้าที่การทำงานหลักของบริษัทโลจิสติกส์ 3PL ซึ่งช่วยให้บริษัท ร้านค้าอีคอมเมิร์ซมีเวลามากขึ้น และสามารถโฟกัสธุรกิจในมุมอื่น ๆ

บริหารจัดการคลังสินค้า

ในการบริหารจัดการคลังสินค้าสำหรับ 3PL หมายถึง การที่คลังสินค้าของบริษัทโลจิสติกส์รับสินค้าเข้ามาจากบริษัทหรือร้านค้าต่าง ๆ และจัดเก็บในที่ที่ปลอดภัย บริษัท 3PL จะเป็นผู้จัดการระบบขนส่ง นำสินค้าเข้ามายังคลังสินค้า และจัดการเรียงสินค้า โดยทำหน้าที่แทนเจ้าของธุรกิจ ทันทีที่ 3PL รับสินค้าเข้าสต๊อก พนักงานคลังสินค้าจะนำสินค้าไปวางแยกตามความเหมาะส

ในแต่ละ SKU จะถูกเรียงจัดเก็บตามที่ที่จัดเตรียมไว้ ขึ้นอยู่กับตัวสินค้า เช่น เก็บที่ตู้คอนเทนเนอร์ วางตามชั้นวาง หรือจัดเรียงตามพาเลท ซึ่งพื้นที่ในการจัดเก็บกับบริษัท 3PL มีความแตกต่างกันไป และโดยส่วนใหญ่ของบริษัท 3PL สามารถจัดการกับสินค้าที่มีในปัจจุบัน และยังสามารถรองรับการขยายตัวของธุรกิจและสินค้าได้อีกด้วย

จัดการสินค้า

นอกจากการให้บริการคลังสินค้า 3PL ส่วนใหญ่มักให้บริการดูแลจัดการสินค้าอีกด้วย เช่น การหยิบ การแพ็ค บริการตีแบรนด์ทำป้ายหรือกล่อง และบริการจัดส่งสินค้า เมื่อเจ้าของร้านค้าออนไลน์ได้รับคำสั่งซื้อ พนักงานในบริษัท 3PL จะทำหน้าที่หยิบสินค้าตามคำสั่งซื้อจากในคลังสินค้า

บริษัท 3PL บางแห่งอาจจะให้บริการที่นอกเหนือไปกว่านั้น คือ การให้บริการระบบที่รวบรวมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไว้พร้อมสามารถติดตามสถานะของสินค้า สถานะคำสั่งซื้อ ติดตามการจัดส่ง รวมไปถึงข้อมูลต่าง ๆ ของพัสดุนั้น โดยรวมไว้ในระบบเดียว ในทางตรงกันข้าม บางบริษัท 3PL อาจจะอัปเดตข้อมูลแบบแมนนวลที่กินเวลาและให้ข้อมูลของพัสดุที่จำเป็นเท่านั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่สินค้าทั้งหมดตามคำสั่งซื้อถูกหยิบมารวมกัน พนักงาน 3PL จะเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับขนาดและสินค้านั้น ๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยและการชำรุดต่อตัวสินค้าที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการจัดส่ง

จัดส่ง

ทันทีที่สินค้าถูกแพ็คเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปคือการนำสินค้าจัดส่งออก บริษัท 3PL จะมีการร่วมงานกันกับบริษัทขนส่งต่าง ๆ ที่หลากหลายเพื่อนำสินค้าส่งไปยังมือลูกค้า ในบางบริษัท 3PL อาจจะร่วมงานกันกับขนส่งเพียงแค่เจ้าเดียว ในขณะที่บางที่อาจจะร่วมงานกันกับบริษัทขนส่งหลายเจ้า ปรับเปลี่ยนตามรูปแบบของสินค้า ราคา และความรวดเร็ว

วิธีและนโยบายการจัดส่งมุ่งเน้นไปที่การดูแลสินค้าระหว่างจัดส่งและความเร็ว หนึ่งในข้อดีของการร่วมงานกับ 3PL คือ หากสินค้ามีปริมาณมาก มาเป็นลังใหญ่ เจ้าของร้านค้าจะได้รับเรตค่าส่งที่ถูกลงและได้รับส่วนลดเพิ่มเติม นอกจากนี้ หลังจากที่สินค้าได้ถูกจัดส่งเป็นที่เรียบร้อย บริษัท 3PL จะทำการแจ้งให้เจ้าของร้านค้าทราบโดยการอัปเดตสถานะสินค้าอย่างเรียลไทม์ผ่านระบบและเทคโนโลยี

รับส่งคืนสินค้า

ในหลาย ๆ บริษัท 3PL ให้บริการการรับส่งคืนสินค้าจากลูกค้า ซึ่งถือว่าเป็นอีกแง่มุมสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับการทำ Fulfillment ถ้าหากว่าลูกค้าได้ทำการคืนสินค้า บริษัท 3PL จะจัดการนำสินค้ามาคืนที่คลังหรืออาจจะกำจัดสินค้าชิ้นนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพและเงื่อนไขของสินค้า

โดยบริษัท 3PL ส่วนใหญ่จะมีบริการรับส่งคืนสินค้าเพื่อสร้างความสะดวกสบายให้ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า การนำสินค้าคืนผ่านการให้บริการของ 3PL ช่วยประหยัดเวลาไปได้มาก เนื่องจากเจ้าของร้านค้าอาจจะไม่สะดวกจัดการทำด้วยตนเอง นอกจากนี้ การบริการเช่นนี้ยังมีความรวดเร็ว สะดวก สามารถตรวจสอบสถานะได้ตลอดเวลาอีกด้วย

รวบรวมสินค้ารายย่อย จัดส่งในคาร์โก้เดียว

บริการรวบรวมสินค้ารายย่อย จัดส่งในคาร์โก้เดียว หรือเหมาบรรทุกสินค้า เป็นหนึ่งในการทำงานของ 3PL ในขณะที่การขนส่งสินค้าที่แตกต่างกันและขนาดเล็กยิบย่อยถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นสำหรับการค้าขายในรูปแบบอีคอมเมิร์ซ แต่สำหรับคาร์โก้หรือการขนส่งแบบบรรทุกสินค้าเป็นการรวบรวมสินค้าชิ้นเล็ก ๆ จัดลงบรรจุภัณฑ์และนำส่งไปยังที่เดียว ขั้นตอนการบริการประเภทนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเวลา ยังช่วยลดต้นทุนการจัดส่งสินค้าได้อย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย บริษัท 3PL ที่ให้บริการโดยนำบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กหลาย ๆ ชิ้นจัดวางใส่ในกล่องหรือคอนเทนเนอร์ที่มีขนาดใหญ่ เราอาจเรียกว่า การบริการจัดส่งแบบเหมา

บริษัทโลจิสติกส์ขนส่งจากภายนอก (3PL): คู่มือฉบับสมบูรณ์

3PL ให้บริการประเภทไหนบ้าง?

ด้านล่างนี้ เราได้ทำการขยายลงรายละเอียดประเภทหลัก ๆ ของบริการทางด้านโลจิสติกส์ที่ 3PL มีให้บริการในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแค่การแบ่งประเภทตามบริการของบริษัท 3PL เท่านั้น และผู้ให้บริการ 3PL อาจให้บริการมากกว่าหนึ่งประเภท

3PL เน้นด้านการขนส่ง

3PL ด้านการขนส่งจะมุ่งความสนใจไปที่การเคลื่อนย้ายสินค้าจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง พวกเขาอาจจะมีบริการด้านอื่นๆพ่วงไปด้วย

3PL เน้นด้านจัดส่งระหว่างประเทศ

3PL เน้นด้านจัดส่งระหว่างประเทศจะให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ

3PL เน้นด้านบริการจัดการคลังสินค้า

3PL ด้านการขนส่งจะมุ่งความสนใจไปที่การเคลื่อนย้ายสินค้าจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง พวกเขาอาจจะมีบริการด้านอื่นๆพ่วงไปด้วย

3PL เน้นด้านการจัดการระบบขนส่ง

3PL ประเภทนี้จะช่วยดูแลระบบขนส่งโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาร่วมด้วย เช่น บริการรวบรวมขนส่งระหว่างประเทศและระบบจัดการขนส่ง มีเครือข่ายและร่วมงานกับบริษัทขนส่ง วางแผนซัพพลายเชน และพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน และอื่น ๆ อีกมากมาย

3PL เน้นด้านการให้ข้อมูล

3PL เน้นด้านการให้ข้อมูลเป็นการให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต และเน้นการทำงานแบบ B2B เป็นหลัก พวกเขาจะนำข้อมูลมาให้บริการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์

3PL เน้นด้านการจัดการการเงิน

3PL เน้นด้านการจัดการการเงินให้บริการการชำระเงินขนส่งระหว่างประเทศ ตรวจสอบบัญชี และคำนวณต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่าย พวกเขายังมีบริการเครื่องมือที่ใช้สำหรับสินค้าคงคลัง ติดตาม จอง และตรวจสอบต่าง ๆ อีกด้วย

ขั้นตอนการทำ Fulfillment โดย 3PL

หากคุณเป็นมือใหม่ที่กำลังมองหาบริษัทตัวแทน 3PL ที่จะมาช่วยคุณจัดการทำ Fulfillment บทความนี้มีความเกี่ยวข้องเป็นอย่างมากที่จะช่วยให้คุณเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ในการทำ Fulfillment ผ่านบริษัทโลจิสติกส์ที่ทำหน้าที่แทนผู้ประกอบการ หรือ 3PL ทั้งหมดนี้คือรายละเอียดที่อธิบายขั้นตอนทั้งหมด โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินค้าไปยังการนำสินค้าจัดส่ง

รับสินค้าเข้าคลัง

3PL จะส่งสินค้าได้ก็ต่อเมื่อพวกเขามีสินค้าอยู่ในคลังของตนเอง ดังนั้น 3PL จะรับสินค้าเข้าคลัง และทำการจัดเก็บเรียงสต๊อกสินค้า ขั้นตอนการรับสินค้าและการจัดเก็บมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบริษัทนั้น ๆ

จัดการคลังสินค้า

เมื่อบริษัทโลจิสติกส์ตัวแทน หรือ 3PLได้รับสินค้าแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ พวกเขาจะนำสินค้าไปเก็บที่ศูนย์ Fulfillment ที่กระจายตัวอยู่ โดยปกติแล้ว 3PL จะมีเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าหรือคลังสินค้าตามเมืองต่าง ๆ เพื่อช่วยลดเวลาการจัดส่งไปยังลูกค้า โดยในแต่ละ SKU จะถูกจัดเก็บแยกออกจากกัน อาจจะวางในคอนเทนเนอร์ ชั้นวาง หรือพาเลท เป็นต้น

หยิบสินค้า

ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดจะเริ่มขึ้นทันทีที่ลูกค้าได้ทำการสั่งซื้อสินค้าผ่านแฟลตฟอร์ม ในขณะที่ในบางบริษัทอาจต้องการให้ตัวเจ้าของร้านอัปเดตข้อมูลคำสั่งซื้อแบบแมนนวล แต่บางบริษัทอาจจะนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ผ่านระบบ โดยทั่วไปแล้ว บริษัทตัวแทนนี้จะทำการเตือนส่งข้อมูลอัปเดตแจ้งถึงสถานะของสินค้าให้ลูกค้าทราบ เมื่อพนักงาน 3PL ได้รับคำสั่งซื้อหรือออเดอร์ พวกเขาจะทำการหยิบสินค้าตามรายการที่ระบุไว้

แพ็คสินค้า

เมื่อพนักงานทำการหยิบสินค้าทั้งหมดตามรายการสั่งซื้อ ขั้นตอนต่อไปคือการแพ็คสินค้า โดยปกติแล้ว วัสดุหรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้จะขึ้นอยู่กับรูปแบบ ขนาดของสินค้า และความต้องการลูกค้า วัสดุและบรรจุภัณฑ์โดยทั่วไปอาจจะเป็นถุงพลาสติก ซองบับเบิ้ล พลาสติกกันกระแทก กล่องที่ไม่มีการตีแบรนด์ และอื่นๆ ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ 3PL จะเลือกวัสดุที่เหมาะสมกับสินค้านั้นให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันการแตกหักหรือชำรุดที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งได้ ซึ่งนำมายังค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

ส่งออกจากศูนย์กระจายสินค้า

ขั้นตอนต่อไปของ Fulfillment คือการส่งสินค้าออกจากคลัง การจัดส่งของ 3PL จะประกอบไปด้วย ขั้นตอนการชำระเงิน การพิมพ์สติกเกอร์ข้อมูลการจัดส่ง และการติดต่อกับบริษัทขนส่งที่เป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกัน สำหรับบางบริษัท อาจจะมีการทำงานร่วมกับบริษัทขนส่งเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ในขณะที่บางบริษัทอาจจะร่วมงานกันกับขนส่งหลายที่เพื่อไว้เปรียบเทียบราคาขนส่งและความรวดเร็ว เมื่อสินค้าถูกส่งออกไป 3PL จะอัปเดตหน้าร้านสถานะการจัดส่งอัตโนมัติเพื่อแจ้งให้ลูกค้าทราบ

รับส่งคืนสินค้า

การสร้างความพึงพอใจกับลูกค้าคือกุญแจสำคัญสำหรับการทำ Fulfillment ดังนั้น บริษัทตัวแทน 3PL เหล่านี้จึงมีการให้บริการรับส่งคืนสินค้า เมื่อลูกค้าต้องการคืนหรือเปลี่ยนสินค้า สินค้าจะถูกตีกลับไปยัง 3PL โดยสินค้าอาจจะถูกนำไปรีสต๊อก หรืออาจจะถูกกำจัดทิ้ง ขึ้นอยู่กับนโยบายของร้านค้านั้น ๆ การให้บริษัท 3PL ดูแลด้านนี้ ช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถไปจัดการด้านอื่น ๆ ของธุรกิจได้ และแน่นอนว่าลูกค้ายังสามารถติดตามสถานะการคืนสินค้าได้ตลอดเวลาอีกด้วย

บริษัทโลจิสติกส์ขนส่งจากภายนอก (3PL): คู่มือฉบับสมบูรณ์

3PL ทำงานกันอย่างไร?

กล่าวโดยสรุป 3PL ทำหน้าที่ดูแลจัดการโลจิสติกส์และ Fulfillment ในเวลาเดียวกัน และคุณก็สามารถดำเนินธุรกิจพร้อมโฟกัสไปยังการขยายธุรกิจให้เติบโต หรือกล่าวอีกทางหนึ่ง 3PL เป็นเหมือนลิงก์ที่เชื่อมต่อซัพพลายเชนเข้ากับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยผ่านบริการคลังสินค้า กระจายสินค้า และกิจกรรมด้านอื่น ๆ ของการทำ Fulfillment

จากที่เราได้ทำการอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนบริการ Fulfillment เรามาทำความเข้าใจมากขึ้นกว่าเดิมด้วยตัวอย่างที่เข้าใจง่ายด้านล่างนี้

สมมุติว่ามีบริษัทสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง ได้ทำการจ้างนักเขียน นักออกแบบกราฟิก และบรรณาธิการเพื่อที่จะเปิดตัวเริ่มกิจการ อย่างไรก็ตาม เจ้าของสำนักพิมพ์แห่งนี้ไม่ต้องการที่จะจัดการดูแลด้านการขายออนไลน์ และจัดส่งหนังสือด้วยตนเอง เจ้าของสำนักพิมพ์จึงตัดสินใจร่วมงานกันกับบริษัทโลจิสติกส์ตัวแทน หรือ 3PL ที่จะมาทำหน้าที่ด้าน Fulfillment และจัดส่งเมื่อมีการสั่งซื้อจากหน้าร้านออนไลน์

บริษัท 3PL จึงเริ่มขั้นตอนการทำ Fulfillment โดยเริ่มที่การนำหนังสือซึ่งเป็นสินค้าเข้ามายังคลังสินค้า และทำการจัดเก็บไว้ตามที่ที่กำหนด นอกจากนี้ ยังทำการหยิบสินค้า แพ็คของ และจัดส่งเมื่อมีออเดอร์เข้ามา บริษัท 3PL อาจทำการรับส่งคืนสินค้าหากลูกค้าต้องการส่งคืน เปรียบเสมือนว่า เจ้าของสำนักพิมพ์ให้ยื่นหน้าที่นี้ให้บริษัท 3PL ดูแล และไม่จำเป็นต้องกังวลใจในการจัดการคลังสินค้า หยิบ แพ็ค และส่งอีกต่อไป โดยเจ้าของสำนักพิมพ์สามารถโฟกัสไปยังธุรกิจของตนเองได้อย่างแท้จริง ในขณะที่ลูกค้าก็ได้รับการดูแล และพึงพอใจจากระบบ Fulfillment ผ่าน 3PL

3PL และ 4PL แตกต่างกันอย่างไร?

ในขณะที่เราได้พูดถึง 3PL ไปแล้ว ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบบริการโลจิสติกส์อีกประเภทหนึ่ง นั่นก็คือ 4PL

ปัจจุบันนี้ 3PL แตกต่างจาก 4PL อย่างไร?

4PL ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเจ้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและ 3PL เมื่อไหร่ก็ตามที่ 3PL ต้องการบริษัทภายนอกมาช่วยงานเพิ่มเติม นั่นคือที่มาของ 4PL

จากตัวอย่างที่ระบุข้างต้นเกี่ยวกับสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง หาก 3PL ได้ไปร่วมงานหาบริษัทย่อยที่จะมาช่วยดูแลจัดการด้านการห่อและออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ 3PL ก็จะพัฒนามาเป็น 4PLเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า หรือในอีกทางหนึ่ง เมื่อเจ้าของธุรกิจได้ร่วมงานกับ 4PL หมายความว่า บริษัท 4PL จะเป็นผู้ดูแลแบบครบวงจรให้กับธุรกิจนั้นๆ การบริการแบบครบวงจรสามารถแบ่งได้ตั้งแต่การผลิต ไปยังการจัดการสินค้าและการทำ Fulfillment อีกด้วย 4PL ยังรู้จักในชื่อ Lead Logistics Provider ที่ทำหน้าที่ดูแลทุกด้านในระบบโลจิสติกส์ เช่น ตรวจสอบดูแลการทำงานของคลังสินค้า จัดการระบบการขนส่ง หรือกิจกรรมหน้าที่อื่น ๆ ที่ 3PL ทำ

สิ่งที่ควรมองหาจากบริการ 3PL

การจัดส่งสินค้าเป็นหนึ่งในพื้นฐานที่บริษัท 3PL ให้บริการ ขึ้นอยู่กับบริษัท 3PL ที่คุณเลือก บริษัทเหล่านี้จะให้บริการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น 8 ข้อดังนี้

การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง

ด้วยการเติบโตของอีคอมเมิร์ซและการขยายตัวที่สูงขึ้นตามมาของการใช้บริการจากภายนอก (Outsource) รวมไปถึงการเช่าพื้นที่คลังสินค้า การจัดการจำนวนสินค้าในคลังได้กลายมาเป็นจุดที่มีความสำคัญต่อธุรกิจร้านค้าออนไลน์หรือแม้แต่ร้านค้าทั่วไป การบริหารจัดการสินค้าคงคลังประกอบไปด้วย การสั่งสินค้าเพิ่ม การนำสินค้าเข้าคลัง การรีสต๊อก การคาดการจำนวนสินค้าในคลัง และการปรับจำนวนและความถี่ในการสั่งซื้อ ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่บริษัท 3PL ได้นำมาใช้ให้บริการ คุณสามารถเชื่อมต่อและอัปเดตข้อมูลสินค้าที่อยู่ตามศูนย์กระจายสินค้าต่าง ๆ ได้ คุณยังสามารถป้องกันสินค้าขาดสต๊อกโดยการสั่งซื้อสินค้า และอัปเดตจำนวณแบบเรียลไทม์บนเว็บไซต์ร้านคุณได้อีกด้วย

การกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ

บริษัท 3PL ส่วนใหญ่มีคลังสินค้ากระจายตัวอยู่ในหลากหลายพื้นที่ ทำให้เจ้าของร้านค้าสามารถแบ่งกระจายสินค้าได้ตามคลังกระจายสินค้าต่าง ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่ร้านค้าหรือบริษัทเน้นการดำเนินกิจการตามภูมิศาสตร์ประชากร การมีสินค้ากระจายตัวอยู่ตามที่ต่าง ๆ ทำให้การส่งสินค้าภายใน 2 วันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม การกระจายสินค้าไปยังคลังสินค้าจะช่วยลดต้นทุนได้ดีเมื่อมีการฝากเก็บสินค้าที่มีจำนวนมากและมีต้องการให้สินค้าเข้าถึงลูกค้าได้เร็วที่สุด นอกจากนี้ การกระจายสินค้าไปยังคลังสินค้ายังช่วยลดต้นทุนค่าจัดส่งทางอากาศ แต่ในทางกลับกัน เจ้าของร้านต้องมั่นใจก่อนว่าสินค้าต้องมีสต๊อกรองรับอยู่เสมอเพื่อพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

การจัดส่งภายใน 2 วัน

อีกหนึ่งบริการที่ต้องมองหาจาก​บริษัท 3PL คือการจัดส่งภายใน 2 วัน ในช่วงแรกเริ่มนั้นการจัดส่งที่รวดเร็วเช่นนี้ รวมไปถึงการจัดส่งโดยไม่มีค่าใช้จ่าย มักมีให้บริการสำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน มันถูกแพร่หลายในตลาดอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ร้านค้าเล็ก ๆ ก็ยังประสบปัญหาด้านนี้ เพื่อรองรับความคาดหวังจากตัวลูกค้า และถ้าหากทำไม่สำเร็จ ร้านค้าเล็กอาจจะพ่ายแพ้ต่อร้านค้าธุรกิจใหญ่ได้ บริษัท 3PL ล้วนแล้วแต่ทำสัญญาการขนส่งโดยตรงกับบริษัทขนส่งเพื่อให้ได้ราคาที่ดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังสามารถให้บริการการจัดส่งที่รวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

การรวมสินค้าต่าง SKU เข้าภายในกล่องเดียวและปรับเปลี่ยนรูปแบบตามความต้องการของแบรนด์ (Kitting & Customization)

การรวมสินค้าต่าง SKU เข้าภายในกล่องเดียว (Kitting) หมายถึง การแพ็คสินค้าต่าง ๆ รวมกันและจัดส่งให้เป็นหนึ่งยูนิต ซึ่งการทำเช่นนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำคลังสินค้า ลดค่าใช้จ่ายแรงงาน เพิ่มยอดขาย และจัดส่งรวดเร็วขึ้น ยิ่งไปกว่านี้ เจ้าของร้านค้ายังสามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของแบรนด์ Customization เพื่อสร้างประสบการณ์แกะกล่อง (Unboxing) ให้กับลูกค้าได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การใส่ข้อความบนกระดาษแสดงความขอบคุณ การใส่ของสมนาคุณ การทำแบรนด์ดิ้งบนกล่องพัสดุ และการทำสติกเกอร์ต่าง ๆ

การจัดการการคืนสินค้า

การจัดการการคืนสินค้าเป็นบริการที่สำคัญอย่างหนึ่งที่คุณต้องมองหาจากบริษัท 3PL ที่คุณจะร่วมงานด้วย โดยทั่วไปแล้วบริษัท 3PL ไม่เพียงแต่จัดการการตีสินค้ากลับคืน แต่ยังให้บริการระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้การคืนสินค้าเป็นเรื่องที่สะดวกสบายขึ้น บริษัท 3PL ที่จะเข้ามาช่วยดูแลด้านการคืนสินค้าจะต้องทำให้คุณสามารถมองเห็นสถานะของสินค้าได้อย่างโปร่งใสหากมีการคืนสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการทำลายสินค้า การกักสินค้าไว้ หรือการนำสินค้ากลับเข้าคลัง

การให้บริการ Fulfillment สำหรับ DTC และ B2B

เมื่อเราพูดถึงอีคอมเมิร์ซ เรามักจะหมายถึงการทำ Fulfillmemt จัดส่งสำหรับ B2C แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กำลังมองหากลยุทธ์ทำโลจิสติกส์ที่สามารถกระจายสินค้าได้หลากหลายช่องทาง พวกเขาสามารถจัดการได้ง่ายขึ้นผ่านการร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ 3PL ที่ดูแลจัดการ Fulfillment สำหรับ B2B (Business-to-business) และ DTC (Direct-to-consumer) ดังนั้น ไม่ว่าร้านค้าของคุณจะเป็นการขายสินค้าในรูปแบบ Subscription มีหน้าร้านจริง หรือเป็นร้านค้าแบบออนไลน์ตามมาร์เก็ตเพลสต่าง ๆ บริษัทพาร์ทเนอร์ 3PL นี้จะสามารถช่วยดูแลการจัดส่งสินค้าได้ และรวบรวมระบบเพื่อตรวจสอบยอดสินค้าในคลังได้อย่างสะดวกสบาย

การแพ็คและจัดส่งไปยังต่างประเทศ

คุณกำลังสร้างแบรนด์ที่จะโตระดับโลกอยู่หรือเปล่า? การร่วมงานกับ 3PL ที่สามารถดูแลการขนส่งข้ามประเทศและมีสาขาอยู่ในหลายประเทศถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ การส่งสินค้าผ่านทางอากาศมีราคาและต้นทุนที่สูง แต่บริษัท 3PL ที่มีคลังสินค้ากระจายตัวอยู่ตามประเทศต่าง ๆ สามารถช่วยให้คุณขยายธุรกิจและตีตลาดต่างประเทศได้ บริษัท 3PL ที่ให้บริการครบวงจรเช่นนี้ สามารถดูแลธุรกิจของคุณได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าจะเป็นบริการคลังสินค้า มีระบบตรวจสอบสินค้าคงคลัง และให้บริการข้ามประเทศได้อีกด้วย

ระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ก้าวหน้า

ในปัจจุบันนี้ ข้อมูลคือขุมทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาลไม่ว่าจะในอุตสาหกรรมไหน และแน่นอนว่ารวมไปถึงโลจิสติกส์ซัพพลายเชน การมีข้อมูลเชิงลึกช่วยให้คุณเดินนำหน้าคู่แข่งได้ บริษัท 3PL หลายที่มีเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพซึ่งมีส่วนช่วยในการรายงานผลและการตัดสินใจสำหรับธุรกิจของคุณ ระบบวิเคราะห์ข้อมูลนี้ทำให้คุณเข้าถึงและมองเห็นประวัติสต๊อกสินค้า ประวัติระยะเวลาในการจัดส่ง ต้นทุนโดยเฉลี่ยในการจัดเก็บ และอื่น ๆ อีกมากมาย

บริษัทโลจิสติกส์ขนส่งจากภายนอก (3PL): คู่มือฉบับสมบูรณ์

ข้อดีในการทำงานร่วมกับ 3PL

การให้บริษัทภายนอกอย่าง 3PL มาช่วยดูแลระบบ Fulfillment มีข้อดีหลายอย่าง แม้ว่าประสิทธิภาพและความสามารถของแต่ละบริษัท 3PL จะมีความแตกต่างกันออกไป แต่บริษัท 3PL ส่วนใหญ่มีบริการที่เป็นมาตรฐานทั่วไป เช่น บริการคลังสินค้า บริการจัดการสินค้าคงคลัง แพ็คสินค้า และจัดส่งสินค้า ทั้งหมดนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถทำกำไรได้สูงสุด ช่วยเร่งให้การจัดส่งเร็วขึ้น และยังได้มีโอกาสร่วมงานกับพาร์ทเนอร์โลจิสติกส์ที่น่าเชื่อถืออีกด้วย

ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา

ด้วยการร่วมงานกันกับ 3PL เจ้าของธุรกิจสามารถหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่อาจจะมาจากการเช่าหรือซื้อคลังสินค้า จ้างพนักงาน และลงทุนกับระบบเทคโนโลยีสำหรับทำ Fulfillment ภายในองค์กรตนเอง ยิ่งไปกว่านี้ การทำ Fulfillment ด้วยตนเองมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงและไม่สามารถควบคุมดูแลได้หากธุรกิจมีการเจริญเติบโตหรือยอดสั่งซื้อโตขึ้น การให้บริษัท 3PL ภายนอกมาช่วยดูแลช่วยให้คุณประหยัดเวลาที่มีค่าและลดค่าใช้จ่ายจากโครงสร้างพื้นฐานสำหรับคลังสินค้าไปได้มาก

รองรับการเติบโตได้

หนึ่งในข้อดีที่สำคัญที่สุดที่ได้จากการร่วมงานกับ 3PL คือบริษัท 3PL สามารถขยายการให้บริการตามขนาดธุรกิจของคุณ ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะมีขนาดเล็กและคาดว่าจะมีการขยายเติบโตหรือส่งสินค้าจำนวนมาก บริษัท 3PL ก็สามารถดูแลจัดการได้ เพราะมีพื้นที่คลังสินค้าที่ไม่จำกัด มีพนักงาน ระบบขนส่ง และทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ทั้งหมดนี้ช่วยให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซสามารถขยายได้ราบรื่น ไร้ความยุ่งยาก

มีผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์

มันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมากที่เจ้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ที่สามารถจัดการการขนส่งได้อย่างดีเยี่ยม บริการผ่าน 3PL จึงได้กลายมาเป็นผู้ช่วยที่สำคัญกับธุรกิจ เพราะด้วยความรู้ที่ทันสมัย บวกกับความเชี่ยวชาญพร้อมข้อมูลล่าสุดในอุตสาหกรรม และทรัพยากรรองรับเพื่อยกระดับซัพพลายเชนและทำให้การขนส่งมีประสิทธิภาพมากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น 3PL มีเครือข่ายพาร์ทเนอร์สำหรับการทำ Fulfillment ในด้านต่าง ๆ เช่น พาร์ทเนอร์ที่ให้บริการจัดทำบรรจุภัณฑ์ พาร์ทเนอร์รถขนส่ง และพาร์ทเนอร์บริษัทรับทำการตลาด เป็นต้น

ขยายไปยังตลาดใหม่ได้

ด้วยบริการของ 3PL ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถขยายไปยังตลาดใหม่ได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้รวมไปถึงพาแบรนด์ไปยังต่างประเทศ บริการของ 3PL มาพร้อมกับคลังสินค้าที่เป็นเครือข่ายกระจายตัวอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ช่วยลดภาระค่าขนส่งและประหยัดเวลาเป็นอย่างมาก ด้วยการร่วมงานกับ 3PL ธุรกิจของคุณสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ได้ ดึงศักยภาพของซัพพลายเชน และช่วยให้มีเวลาในพัฒนาการบริการลูกค้าได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่สามารถทำได้หากเจ้าของธุรกิจเลือกที่จะทำ Fulfillment ภายในบริษัทตนเอง นอกจากนี้ บริษัท 3PL ยังมาพร้อมกับการรักษาความปลอดภัยของตัวสินค้า และได้รับการรับรองจากประเทศต่าง ๆ อีกด้วย จึงทำให้การขยายธุรกิจเป็นเรื่องที่ง่าย ไร้กังวล

ทำไมหลายบริษัทจึงเลือกที่จะทำงานร่วมกับ 3PL?

บริษัท 3PL ช่วยสร้างความคล่องตัวให้กับการขนส่งโลจิสติกส์และการทำ Fulfillment ซึ่งทำให้ร้านค้าธุรกิจอีคอมเมิร์ซมั่นใจได้ว่าธุรกิจของพวกเขาถูกดำเนินการอย่างคล่องตัว ราบรื่น และลูกค้าได้รับการดูแลเป็นอย่างดี บริษัท 3PL เหล่านี้มีความรู้ในแวดวงและอุตสาหกรรมอย่างลึกซึ้ง ช่วยบรรเทาและแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาได้

ด้านล่างนี้คือเหตุผลที่สำคัญว่าทำไมหลายบริษัทจึงเลือกที่จะร่วมงานกับ 3PL

มีความรู้ในแวดวง

ค่าใช้จ่ายในจัดการ Fulfillment ภายในองค์กรประกอบไปด้วย ค่าใช้จ่ายในการเช่าหรือซื้อคลังสินค้า ค่าขนส่ง และอื่น ๆ โดยค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามความคาดหวังในบริการของลูกค้า ดังนั้น การทำงานร่วมกับ 3PL สามารถช่วยลดความกังวลต่าง ๆ ออกไปได้ ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งของคลังสินค้า และความรวดเร็วในการจัดส่ง เนื่องจากบริษัท 3PL ส่วนใหญ่มีเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าที่ตั้งอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ นอกจากนี้ พวกเขายังได้ทำสัญญากับบริษัทขนส่ง การทำสัญญาในระยะยาวช่วยให้ 3PL ได้ราคาเรตค่าขนส่งที่ถูกกว่าซึ่งช่วยลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี

เข้าใจและมองอุตสาหกรรมนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง

3PL พัฒนาการทำงานด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนโดยการนำองค์ความรู้ในอุตสาหกรรมและความเชี่ยวชาญมาปรับประยุกต์ใช้เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด พวกเขานำประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายปีมาให้บริการและช่วยเหลือผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ ช่วยประหยัดเวลา ลดต้นทุน และสร้างประสบการณ์ที่ดีส่งต่อไปยังลูกค้า

ลดความล่าช้าและปัญหาที่มาจากซัพพลายเชน

3PL นำเทคโนโลยีที่แม่นยำมาให้บริการ เช่น ระบบจัดการคลังสินค้าที่ทำให้เจ้าของร้านค้าสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของสินค้าทั้งหมดได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ด้วยความสามารถและระบบที่ทันสมัยของซอฟต์แวร์สามารถช่วยจัดการระบบคลังสินค้าได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการจัดส่งและระบบติดตามสินค้าแบบเรียลไทม์ การใช้งานซอฟต์แวร์อย่างถูกต้องจะช่วยให้ระบบ Fulfillment ของคุณเป็นไปตามอัตโนมัติ ช่วยยกระดับบริการ สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า

3PL คิดค่าบริการอย่างไร?

บริษัทโลจิสติกส์ทำหน้าที่จัดส่งแทนเจ้าของร้านค้า หรือ 3PL มีรูปแบบการตั้งราคาและคิดค่าบริการตามที่กำหนดไว้

ด้านล่างนี้คือรายการและปัจจัยในการคิดค่าบริการ เพื่อเป็นไอเดียแก่เจ้าของธุรกิจในการวางแผนเตรียมตัวสำหรับการร่วมงานกับ 3PL

รายการค่าบริการ รายละเอียด
ค่ารับและจัดวางสินค้า
ค่าใช้จ่ายในการนำสินค้าเข้าคลังและยกสินค้า นำสินค้าจัดวางในพื้นที่ที่กำหนด
ค่าพื้นที่จัดเก็บสินค้า
บริษัท 3PL จะเรียกเก็บค่าบริการตามขนาดพื้นที่ที่เจ้าของร้านค้าต้องการวางสินค้า
ค่าหยิบและแพ็คสินค้า
ค่าใช้จ่ายสำหรับการจ้างหยิบและแพ็คสินค้า
ค่าประกอบรวมสินค้า
ค่าประกอบรวมสินค้าขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้าที่อยู่ในกล่องและความต้องการเฉพาะของเจ้าของร้าน
ค่าบรรจุภัณฑ์
3PL บางบริษัทอาจจะแยกค่าใช้จ่ายด้านบรรจุภัณฑ์ ในขณะที่ที่อื่น ๆ อาจจะรวมไว้กันกับค่าหยิบและแพ็คสินค้า
ค่าขนส่ง
ค่าบริการขนส่งจากศูนย์กระจายสินค้าไปยังบ้านลูกค้า
ค่าแรกเข้า
ค่าใช้จ่ายในการลงนามร่วมงานและรับบริการจากบริษัท 3PL โดยมักเป็นค่าดำเนินงานและค่าใช้จ่ายสำหรับโครงสร้างพื้นฐานในคลังสินค้า

ใครควรพิจารณาและใช้บริการ Fulfillment

ไม่ว่าจะด้วยอุตสาหกรรม หรือประเภทของสินค้า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไหนก็สามารถนำข้อดีของการใช้บริการจากบริษัท 3PL มาปรับใช้กับธุรกิจของตนเองได้

ด้านล่างนี้ คือสัญญาณที่เห็นได้ชัดว่าคุณควรมองหาบริษัทที่ให้บริการ Fulfillment มาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยธุรกิจของคุณให้เติบโต

พื้นที่จัดเก็บสินค้าไม่เพียงพอ

หากพื้นที่เก็บสินค้าของคุณเริ่มไม่เพียงพอ นี่คือเวลาอันเหมาะสมที่คุณควรมองหาบริษัทที่ให้บริการคลังสินค้าให้กับธุรกิจคุณ ธุรกิจร้านค้าที่จัดการทำ Fulfillment ด้วยตนเองมักพบปัญหาพื้นที่ที่มีอย่างจำกัด หากคุณตัดสินใจเลือกใช้บริการ Fulfillment จากบริษัท 3PL ธุรกิจของคุณจะถูกดูแลอย่างเป็นระบบ พร้อมยังสามารถขยายแตกไลน์สินค้าได้โดยไม่ต้องกังวลถึงพื้นที่ที่อาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป

ยอดส่งสินค้าเพิ่มขึ้น

เมื่อยอดขนส่งเพิ่มขึ้นไปถึงจุดที่การนำสินค้าส่งออกด้วยตนเองเป็นเรื่องที่เกินการควบคุม แสดงว่ามันถึงเวลาแล้วคุณจะต้องพิจารณาบริการ Fulfillment จากผู้ให้บริการ และหากธุรกิจของคุณเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หมายความว่าคุณจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการจัดการสินค้า ซึ่งทำให้ไม่มีเวลาโฟกัสในมิติอื่นสำหรับธุรกิจของคุณ บริษัท 3PL สามารถช่วยเหลือและดูแลสินค้าในคลังของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นการแพ็ค หรือการจัดส่ง ทำให้คุณมีเวลาไปพัฒนาสินค้าของคุณ ออกแคมเปญการตลาด และหาลูกค้าใหม่

ขยายตลาด

สมมุติว่าคุณเป็นเจ้าของร้านค้าอีคอมเมิร์ซที่มีศูนย์กระจายสินค้าอยู่เพียงไม่กี่ที่ในประเทศ หมายความว่า คุณสามารถจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าที่อยู่ในเมืองได้ตามเวลาที่กำหนด แต่สำหรับลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือต่างจังหวัด พวกเขามักจะได้รับสินค้าล่าช้าหรืออาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์ในการจัดส่ง วิธีเดียวที่จะทำให้ลูกค้าของคุณพึงพอใจในการจัดส่งและไม่จำเป็นต้องลงทุนเงินจำนวนมากในระยะยาว คือการร่วมงานกับ 3PL พวกเขาไม่เพียงแต่สามารถกระจายสินค้าในประเทศได้ แต่พวกเขายังสามารถช่วยคุณขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้อีกด้วย

บริษัทโลจิสติกส์ขนส่งจากภายนอก (3PL): คู่มือฉบับสมบูรณ์

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ 3PL

แม้ว่าข้อดีของการใช้บริการ Fulfillment จาก 3PL จะมีมากมายหลายข้อ แต่ก็ยังมีหลายองค์กร บริษัท หรือร้านค้าที่เลี่ยงที่จะร่วมงาน และให้บริษัท 3PL ช่วยดูแล เพราะว่าพวกเราได้ยินเรื่องราวต่าง ๆ ที่ทำให้พวกเขาเข้าใจผิดเกี่ยวกับ 3PL

เรามาไขข้อสงสัยที่พบได้ทั่วไป 4 ข้อ เกี่ยวกับ 3PL มีดังนี้

การใช้บริการ Fulfillment จากบริษัท 3PL มีค่าใช่จ่ายในการลงทุนสูง

เมื่อร่วมงานกับ 3PL มักจะมีค่าใช้จ่ายพื้นฐานทั่วไปในการทำ Fulfillment แต่ถ้ามองในระยะยาว ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณได้คิดพิจารณาถึงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่บริษัท 3PL สามารถทำให้องค์กรคุณได้ คุณจะค้นพบว่าการร่วมงานกับ 3PL ถือว่าเป็นช่วยบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าเป็นอย่างมาก

การทำ Fulfillment เป็นเรื่องง่าย

หลายธุรกิจร้านค้าเล็ก ๆ ที่เปิดใหม่มักเข้าใจว่าการทำ Fulfillment ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่จัดการได้ และการขายเท่านั้นที่เป็นเครื่องการันตีความสำเร็จของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงมันกับตรงกันข้าม การยกระดับพัฒนา Fulfillment เป็นเหมือนจุดเล็ก ๆ ที่คอยเชื่อมต่อกันจนทำให้ธุรกิจเติบโต การทำ Fulfillment เองเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ เหนื่อยหน่าย และไม่มีประสิทธิภาพ

การจ้างบริษัทภายนอกมาช่วยดูแล หมายความว่า เราให้การควบคุมทั้งหมด

บริษัท 3PL มีหน้าที่ดูแลสต๊อกสินค้าในคลังตั้งแต่ต้นจนจบ รวมไปถึงการแพ็คและจัดส่งในขณะที่เจ้าของธุรกิจสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ทั้งหมดผ่านระบบ ซึ่งมันไม่ได้หมายความว่าเจ้าของธุรกิจให้อำนาจในการควบคุมทุกอย่างกับ 3PL แต่ 3PL เพียงแค่เข้ามาช่วยดูแลในด้านการบริหารเวลาการจัดส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งมีส่วนช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถนำเวลาที่เหลือมาโฟกัสในมิติอื่น ๆ

การจ้างบริษัทภายนอกมาช่วยดูแลเป็นเรื่องของธุรกิจร้านค้าใหญ่ที่มียอดสั่งซื้อเยอะเท่านั้น

การจ้างบริษัทภายนอกมาช่วยดูแลเป็นประโยชน์กับทุกธุรกิจ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ โดยธุรกิจเล็กมักจะมีช่วงขาขึ้นตามฤดูกาลของร้าน และยอดสั่งซื้อมักจะมาเป็นจำนวนมากในช่วงนั้น ทำให้ไม่สามารถจัดการและนำส่งทันเวลาได้ การร่วมงานกับ 3PL เป็นการสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจของคุณพร้อมรับมือในทุกสถานการณ์โดยไม่สูญเสียชื่อเสียงของร้าน และต้นทุนการจัดส่งยังคงราคาเดิม
การทำความเข้าใจความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ 3PL ช่วยให้หลายธุรกิจเดินทางไปสู่เป้าหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการบริการ การรักษาและพัฒนาความพึงพอใจของลูกค้า การประหยัดเวลาและต้นทุนค่าจัดส่ง เป็นต้น
บริษัทโลจิสติกส์ขนส่งจากภายนอก (3PL): คู่มือฉบับสมบูรณ์

การเจริญเติบโตของธุรกิจ 3PL

แม้ว่าผู้ให้บริการอย่าง 3PL จะอยู่กับเรามาอย่างยาวนาน และมักถูกเรียกสั้น ๆ ว่า “3PL” ซึ่งย่อมาจาก “Third-party-logistics” โดยเริ่มได้รับความนิยมในช่วงยุค 1970s และช่วง 1980s

โดย Apac third-party logistics market มีมูลค่าถึง 298.7 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปี 2017 และยังถูกคาดการว่าจะมูลค่าสูงไปถึง 467.6 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปี 2027 โดยมีอัตราเติบโตต่อปีอยู่ที่ 5.9% ในช่วงปี 2017-2018

การเจริญเติบโตของธุรกิจ 3PL มีความเกี่ยวข้องมาจากความคาดหวังและความต้องการของลูกค้า โลกาภิวัตน์ การเข้ามาของ Cloud adoption และการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ แต่อย่างไรก็ดี การเติบโตที่เห็นได้ชัดของอุตสาหกรรม 3PL ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขนส่งทั่วโลกที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในทุก ๆ วัน ความซับซ้อนเบื้องต้นนี้เกิดจากความต้องการของลูกค้าที่มีมากขึ้น ระบบการจัดการคลังสินค้า บริการจัดการต่าง ๆ และการวิเคราะห์อย่างมีระบบของซัพพลายเชน อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้บริการ 3PL ถูกคาดการว่าจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต เช่นเดียวกันกับร้านค้าปลีกและโรงงานผลิตสินค้าที่ต้องการนำทรัพยากรทางด้านเวลาไปโฟกัสที่กิจกรรมอื่นที่พวกเขาถนัด

3PL และ Freight Forwarding

ทั้ง Freight forwarder และบริการจาก 3PL ต่างมีหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าของธุรกิจในการขนส่งสินค้าจากที่หนึ่งไปยังอีกทีหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ทั้งสองผู้ให้บริการนี้มีการทำงานที่แตกต่างกัน

Freight forwarder ให้บริการช่วยประสานงานการเคลื่อนย้ายสินค้าจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งโดยใช้บริษัทขนส่งหนึ่งแห่งหรือมากกว่า Freight forwarder ไม่ได้ทำหน้าที่ย้ายสินค้า แต่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างบริษัทขนส่ง โดยพวกเขาให้บริการทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ รวมไปถึงการนำเข้าและส่งออก แต่ในบางกรณี พวกเขายังให้บริการจัดเก็บสินค้าในระยะสั้น โดยเป็นการฝากสินค้าเพื่อนำจ่ายส่งต่อไปโดยทันที

ในทางตรงกันข้าม 3PL จะเน้นไปที่การให้บริการโลจิสติกส์ รวมไปถึงมิติอื่น ๆ ในด้านโลจิสติกส์ ตั้งแต่บริการคลังสินค้า ไปจนถึงการทำ Fulfillment

ความแตกต่างระหว่างสองบริการนี้ คือ บริการที่พวกเขาสามารถเข้ามาช่วยเติมเต็มธุรกิจ ในขณะที่ Freight forwarder เน้นไปที่การส่งสินค้า แต่ 3PL จะทำหน้าที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ 3PL ช่วยเตรียมจัดหาพื้นที่ในการจัดเก็บก่อนที่สินค้าจะมาถึง ราคาเอื้อมถึงได้ หยิบ แพ็ค และจัดส่งสินค้า ดังนั้นแล้ว 3PL จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการบริการที่ครอบคลุมกว่าเพื่อสร้างความประทับใจเมื่อสินค้าถูกจัดส่งไปยังมือลูกค้า

สิ่งที่ต้องมองหาเมื่อคุณต้องตัดสินใจเลือกบริษัท 3PL ที่ดีที่สุด

ด้วยจำนวน 3PL และบริการที่มีมากมายในตลาด มันเป็นเรื่องน่าท้าทายมากในการกำหนดและตัดสินใจเลือกบริษัท 3PL ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุ

บริการจาก 3PL มีความหลากหลายแตกต่างกันออกไปตามความต้องการของธุรกิจและขนาด และแน่นอนว่าเราไม่สามารถตามหา 3PL ที่มีครบทุกอย่างตามความต้องการของธุรกิจได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ยังคงมีบริการบางจุดที่เจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องศึกษาดีก่อนที่จะร่วมงาน โดยมีดังนี้

มีความยืดหยุ่นและขยายตัวได้

ผู้ให้บริการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ (3PL) จะต้องจัดส่งออเดอร์ได้ตรงเวลา ยืดหยุ่นได้ตามธุรกิจนั้นๆ พร้อมพัฒนาระบบสต็อก แพ็ค และจัดส่งให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลาเพื่อต่อยอดธุรกิจในอนาคต

มีความโปร่งใสและมองเห็นความเคลื่อนไหวได้

3PL ควรให้บริการด้วยความโปร่งใส ทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นการเคลื่อนไหวของสินค้าได้ทั้งหมด พร้อมแจกแจงเสนอราคาอย่างโปร่งใส รวมไปถึงนโยบายของบริษัท และในแง่อื่น ๆ ในการร่วมงานกัน

มีความสามารถในการบริหารงาน

ความผันผวนเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในการทำธุรกิจ เจ้าของร้านค้าอาจพบว่ายอดสั่งซื้อสูงในบางช่วง และในบางช่วงอาจมีความต้องการที่ต่ำมาก ๆ ไม่ว่ายอดสั่งซื้อจะสูงหรือต่ำ บริษัท 3PL ควรพร้อมรับมือในการจัดการสต๊อก แพ็ค จัดเก็บ และส่งสินค้า

มีเทคโนโลยีรองรับ

เลือกบริษัท 3PL ที่ให้บริการโดยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการรายงานสถานะสินค้า ซึ่งยังสามารถช่วยให้คุณสามารถติดตามตรวจสอบขั้นตอน Fulfillment ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

มีชื่อเสียงที่ดีในวงการ

สุดท้ายนี้ บริษัท 3PL นั้นจะต้องมีชื่อเสียงโดยรวมที่ดีในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกตกลงร่วมงาน คุณต้องมั่นใจก่อนว่าพวกเขาดำเนินธุรกิจด้วยความถูกต้อง คุณสามารถตรวจสอบก่อนได้โดยการศึกษาการติชมผ่านการรีวิวจากลูกค้าของพวกเขา

นอกจากทั้งหมดที่ได้ระบุไว้ คุณต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัท 3PL เพราะพวกเขาจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ และพวกเขาต้องสร้างความเชื่อใจให้ได้เนื่องจากสินค้าของคุณถูกฝากเก็บไว้ในพื้นที่ของผู้ให้บริการ

วิธีใช้บริการจาก 3PL ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

เนื่องด้วยในแต่ละธุรกิจมีกลยุทธ์ในการทำซัพพลายเชนที่แตกต่างกันไป ดังนั้นแล้ว บริษัท 3PL ก็ต่างมีความเชี่ยวชาญแตกต่างอันออกไปเช่นกัน

การทำงานร่วมกับ 3PL นั้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักมีคำถามอยู่มากมายว่าจะใช้บริการจาก 3PL อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด ในขณะที่โดยปกติแล้วมันไม่สามารถเป็นไปได้จริงทั้งหมดตามที่ตกลงกันไว้ เรามีทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยคุณสร้างรักษาความสัมพันธ์ที่ดีของคุณและลูกค้า และทำให้ธุรกิจของคุณผลิดอกออกผล เติบโตได้ในระยะยาว

  • ระบุและแจกแจงให้แน่ชัดถึงความต้องการของคุณ
  • ก่อนที่จะเลือกใช้บริการ คุณต้องมั่นใจก่อนว่าพวกเขาเชี่ยวชาญในด้านบริการที่คุณต้องการสำหรับธุรกิจของคุณ
  • แทนที่จะเลือกใช้บริการ พยายามเลือกและมองหาบริษัทที่สามารถให้บริการได้อย่างครบวงจร
  • แจ้งและระบุถึงความคาดหวังของคุณที่ได้จาก 3PL รวมไปถึงผลลัพธ์ที่คุณต้องการ
  • ต้องมีระบบรวบรวมข้อมูลสินค้าในคลังที่สามารถยกระดับการขนส่งได้ และต้องมาพร้อมกับประสิทธิภาพและความโปร่งใส
  • ต้องมีความต่อเนื่อง และมีการประเมินการทำงานของ 3PL อยู่ตลอดเวลา พร้อมมีช่องทางการติดต่อให้คุณได้ติดต่ออยู่เสมอ

สรุป

3PL เป็นส่วนประกอบชิ้นสำคัญที่มีส่วนช่วยธุรกิจอีคอมเมิร์ซในด้านซัพพลายเชน โดยให้บริการคลังสินค้า ดูแลจัดการสินค้าคงคลัง กระจายสินค้า และจัดส่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณกำลังตัดสินใจที่จะมองหา 3PL ให้มาช่วยดูแล Fulfillment ในธุรกิจคุณ สิ่งแรกที่คุณต้องรู้ไว้ คือไม่ใช่ทุกธุรกิจต้องการบริการจาก 3PL ที่เหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญที่ควรมี คือ ความน่าเชื่อถือ และการรักษาความพึงพอใจของลูกค้า เป็นต้น คุณต้องรู้ว่าคุณกำลังมองหาอะไร และเลือกบริษัท 3PL ที่เหมาะสมที่สุดให้กับธุรกิจของคุณ

คุณกำลังมองหาบริการคลังสินค้าเพื่อธุรกิจอยู่ใช่ไหม?

Locad นำเสนอบริการที่จะมาเติมเต็มธุรกิจอีคอมเมิร์ซระดับพรีเมียมสำหรับธุรกิจทุกขนาด เชื่อมต่อระบบโลจิสติกส์กับผู้เชี่ยวชาญด้านคลังสินค้าออนไลน์โดยเฉพาะ เพื่อลดต้นทุนการจัดส่ง เพิ่มเวลาขนส่ง และปรับปรุงความพึงพอใจโดยรวมของลูกค้าได้แล้ววันนี้!

คำถามที่พบบ่อย

3PL ย่อมาจาก Third-party-logistics มีขึ้นเพื่อดูแลการทำงานด้านโลจิสติกส์ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
3PL fulfillment คือขั้นตอนการทำ Fulfillment ที่มีการดูแลโดยบริษัทภายนอก โดยทำหน้าที่จัดการด้านต่าง ๆ เช่น บริการคลังสินค้า จัดการสินค้าคงคลัง หยิบ แพ็ค และจัดส่งสินค้า ทำหน้าที่แทนเจ้าของกิจการ
บริษัทที่เลือกใช้บริการจาก 3PL เนื่องจาก 3PL มีประโยชน์และข้อดีต่าง ๆ ที่สามารถช่วยธุรกิจให้เติบโตได้ เช่น พวกเขามีผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ มีความรู้ในตลาด ช่วยลดค่าใช้จ่าย ช่วยลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง และช่วยสร้างความพึงพอใจของลูกค้าได้
การให้บริษัทภายนอกอย่าง 3PL มาช่วยจัดการทำ Fulfillment มักมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งในบริษัทที่ทำเกี่ยวกับวัตถุดิบตั้งต้น สินค้าที่เป็นลัง เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า เครื่องสำอาง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และของใช้ต่าง ๆ
ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่บริษัท 3PL นำมาใช้ บวกกับความยืดหยุ่น ทำให้พวกเขาดึงดูดลูกค้าที่เป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหาตัวช่วยที่มีบริการ Fulfillment
ประเภทของ 3PL ประกอบไปด้วย 3PL เน้นด้านการขนส่ง, 3PL เน้นด้านจัดส่งระหว่างประเทศ, 3PL เน้นด้านบริการจัดการคลังสินค้า, 3PL เน้นด้านการจัดการระบบขนส่ง, 3PL เน้นด้านการให้ข้อมูล และ 3PL เน้นด้านการจัดการการเงิน
ในการบริหารจัดการคลังสินค้าสำหรับ 3PL หมายถึง การที่คลังสินค้าของบริษัทโลจิสติกส์รับสินค้าเข้ามาจัดเก็บจากบริษัทหรือร้านค้าต่าง ๆ โดยจัดเก็บในที่ที่ปลอดภัย บริษัท 3PL จะเป็นผู้จัดการระบบขนส่ง นำสินค้าเข้ามายังคลังสินค้า และจัดการเรียงสินค้า โดยทำหน้าที่แทนเจ้าของธุรกิจ

การทำงานของ 3PL มีขั้นตอนดังนี้

  • รับสินค้าเข้าคลังสินค้า
  • จัดวางสินค้า
  • หยิบสินค้าเมื่อมีออเดอร์
  • แพ็คสินค้า
  • จัดส่งสินค้า
  • รับคืนเปลี่ยนสินค้าหากมีความจำเป็น
4PL ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเจ้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและ 3PL มีขึ้นเพื่อมาช่วยงาน 3PL ให้เกิดความคล่องตัว เมื่อไหร่ก็ตามที่ 3PL ต้องการบริษัทภายนอกมาช่วยงานเพิ่มเติม นั่นคือที่มาของ 4PL
การบริหารสินค้าคงคลัง เป็นระบบการจัดการคลังสินค้าที่สามารถติดตามการเคลื่อนไหวของสินค้า และจัดการกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับสินค้า เช่น การตรวจสอบสินค้า การหยิบสินค้า การแพ็ค การส่งคืน การส่งออก และการติดตามคำสั่งซื้อ

Exclusive benefits to ace your e-commerce game this 2023 with Locad’s desk calendar!

Locad raises $11M in Series A funding
Free Locad 2023 Calendar!